รวมวีดีโองาน MHT 2012 ทั้งหมดจาก YOUTUBE

แด่ คนหนุ่มสาว

(อ่าน 2547/ ตอบ 9)

เราและเธอ (Member)

"แด่ หนุ่มสาว" 


พวกเราคนหนุ่มสาวเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า ..
"เราเรียนไปเพื่ออะไร ?"
ทำไมเราจึงต้องเรียนรู้สิ่งที่น่าเบื่อหน่ายเหล่านี้ด้วย


ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงบัดนี้,
เราใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตในการศึกษาเล่าเรียน
เพื่อให้ได้มาถึงสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้"
เราใช้เวลาสิบกว่าปีในโรงเรียนประถมและมัธยม
และผ่านวันเวลาอีกหลายปีในมหาวิทยาลัย
ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา
เราได้เคยพบสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้" นั้นหรือไม่


 


หากเราได้ถามตนเองอย่างลึกลึก
ว่าตลอดเวลาที่เรากำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้น
เราพึงพอใจกับการเรียน การดูหนังสือ การสอบหรือไม่
และถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเองพอ
คำตอบที่ได้รับคือ "ไม่"
แต่เราต้องจำทนเพื่อให้บรรลุผลบางประการ
หรือด้วยเงื่อนไขบางประการ
เป็นเวลานับสิบปีที่เราต้องทนฝืนทำในสิ่งที่เราไม่อยากจะทำ
ตลอดเวลาเราศึกษาเล่าเรียนด้วยความหวาดหวั่น
ด้วยกลัวการบังคับ กลัวจะสอบตก
กลัวจะถูกลงโทษ กลัวจะไม่สำเร็จการศึกษา
กลัวว่าชีวิตจะเลื่อนลอยขาดความมั่นคง


 


สิ่งเดียวที่ระบบการศึกษาในโรงเรียนให้แก่เราก็คือ ..
"ความกลัว"


ความกลัวอย่างสุดจิตสุดใจ
ความกลัวจนศิโรราบ
เพราะยิ่งทำให้เรากลัวมากเท่าไร
ยิ่งง่ายต่อการที่จะบังคับควบคุม
เพื่อเป็นนายเหนือหัวเรา


 


การศึกษาไม่เคยสอนให้เราเป็นคนกล้าคิด
กล้วที่จะแสวงหา
เพราะเมื่อใดที่มันเปิดโอกาสให้เราคิด ให้เราแสวงหา
เมื่อนั้นก็จะเป็นการเสี่ยงที่มันจะถูกคว่ำทำลาย
ไม่เพียงระบบการศึกษาเท่านั้นที่จะถูกรื้อหรือทำลายลง
หากสังคมอันผุกร่อนก็เช่นกันที่จะถูกรื้อทำลายลง
ดังนั้น ตลอดเวลา, การศึกษาจึงไม่ค่อยสอนให้เราคิด
นอกจากสอนให้ฟัง ให้จด ให้ท่องจำ
ปลูกฝังค่านิยมเทียมเทียมเข้าไปในสมอง


มันควบคุมบังคับเราด้วยคำขู่ ด้วยคะแนน
มันบอกให้เราอ่านหนังสือ ท่องจำ บังคับให้เราสอบ
เขียนสิ่งที่ท่องลงในกระดาษคำตอบ แล้วก็ได้คะแนน
เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เข้าห้องเรียนรูปร่างสี่เหลี่ยมที่มีกำแพงล้อมรอบ
นั่งฟัง ท่อง จำ เข้าสอบ
เขียนสิ่งที่จำได้ลงบนกระดาษคำตอบ แล้วก็ได้คะแนน
เราต้องทำดังนี้ซ้ำซ้ำกันหลายครั้งจนมันพอใจ
เราจึงได้กระดาษใบรับรองแผ่นหนึ่งที่เรียกว่า "ปริญญา"
ซึ่งหมายถึงใบรับรองการประกอบอาชีพในสังคมนั่นเอง


 


ตลอดเวลา, จุดมุ่งหมายของการศึกษาในที่นี้
ล้วนมุ่งไปที่การประสบความสำเร็จและความก้าวหน้าในชีวิต
มีงานดีดีทำ มีเงินเดือนสูง มีบ้าน มีรถ แต่งงานและสร้างครอบครัว
การศึกษามิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้คนเป็นคน
ส่งเสริมให้แสวงหาสัจจะและความจริงในชีวิต


การศึกษามิได้สร้างคนให้เป็นมนุษย์โดยแท้
ที่กล้ากบฏ ท้าทายและเผชิญกับความเป็นจริง
แต่สอนให้หลีกหนีและหันหลังให้แก่สัจจะ
ให้ละเลยต่อความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม


ยิ่งได้รับการศึกษาสูงเท่าไร
เราก็ยิ่งหันหลังให้แก่ความเป็นจริงในสังคมมากขึ้นเพียงนั้น
เราไม่พึงใจจะเห็น ทั้งไม่ต้องการได้ยินข้อเท็จจริง
เพราะเราได้รับสิ่งที่เราต้องการแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือสถานภาพทางสังคม
เราได้รับรางวัลแห่งการเป็นคนหัวอ่อนที่ว่านอนสอนง่าย
เราไม่อยากจะเป็นคนหัวแข็ง
เพราะเรากลัวจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่
เพราะเรากลัวว่าวันใดที่เราเริ่มปฏิเสธ
วิมานในอากาศของเราจะพังทลายโดยสิ้นเชิง


 


การศึกษาเป็นเครื่องมืออันมีประสิทธิภาพของสังคมและของรัฐ
ในการที่จะหล่อหลอมมหาชนออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน
มันปลูกฝังค่านิยมแห่งความทะเยอทะยานและการเอารัดเอาเปรียบให้แก่เรา
มันยังสอนเล่ห์เหลี่ยมและความชั่วร้ายนานาลงบนจิตใจอันบริสุทธิ์ของเรา
เพาะหว่านพืชพันธุ์ร้ายและความตายลงบนผืนดินแห่งวัยหนุ่มสาวอันอุดม


มันสอนให้เรารักชาติ
สอนให้อนุรักษ์ของเก่าที่ใช้การไม่ได้
มันสอนให้เรารู้จักการเป็นคนจิตใจคับแคบ
มันสอนให้เราตกอยู่ใต้การปกครองของรัฐ
โดยมิสนใจว่าจะเป็นรัฐเผด็จการหรือไม่เพียงใด
มันอบรมบ่มนิสัยเราด้วยวินัยของทหาร
บอกสิ่งถูกให้เราจดจำ ชี้สิ่งผิดให้เราท่อง
ไม่เคยเลยที่การศึกษาจะสอนให้แสวงหาสิ่งถูกและสิ่งผิดด้วยตนเอง
ไม่เคยเลยที่มันจะส่งเสริมให้เราสงสัย ถามและแสวงหา
มันไม่เคยสนับสนุนให้เราค้นหาสัจจะและความรู้ที่แท้
และนี่แหละ คือ การศึกษาที่สังคมหยิบยื่นให้แก่เรา


 


"เมื่อฉันเรียนอยู่ปีหนึ่ง
ปัญญาเผอิญพลัดตกลงไปในหลุม
ซึ่งเขาขุดดักเอาไว้


พอปีสอง
หลุมยิ่งลึกขึ้น ปริญญาถูกขวากแหลมทิ่มแทง


พอปีสาม
บาดแผลยิ่งลึกฉกรรจ์


พอปีสี่
เมื่อฉันจบออกจากมหาวิทยาลัย
มีเพียงร่างกายหลงเหลืออยู่
กับลมหายใจ ที่ไร้ชีวิต"


 


ในฐานะของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมชะตากรรมในยุคสมัยเดียวกัน
ในยุคสมัยแห่งการเอารัดเอาเปรียบ
การกดขี่ขูดรีด การมอมเมาทางปัญญา
ความฉ้อฉล การใช้กำลังย่ำยีบีทา
และการหลอกลวงนานา
พวกเราคนหนุ่มสาวได้มาถึงทางแยกที่ไม่อาจเดินต่อไป
แน่นอน, ทางเลือกนั้นเจ็บปวด
แต่เราก็ต้องเลือกว่าจะเดินบนทางสายใด
ขออย่าให้การเลือกนั้น ..
เกิดจากการถูกบีบบังคับหรือเกิดจากความกลัว
แต่ขอให้เราได้เลือกด้วยความสมัครใจของเราเอง
และถ้าเราได้เลือกทางซึ่งเราจะเดินทางไปด้วยตัวเอง
ก็ขอให้แน่ใจว่าทางเลือกนั้นเราได้เลือกอย่างสมศักดิ์ศรีของมนุษย์


จงอย่ากลัวที่จะเลือก
เราไม่สามารถจะประนีประนอมได้อีกต่อไป
เพราะการประนีประนอมจะกลืนกินเราในระยะยา

จงรักษาสติสัมปชัญญะไว้ให้แจ่มใส
คิด พิจารณาและตัดสินใจ


และเมื่อตัดสินใจลงไปแล้ว
จงอย่าลังเลที่จะกบฎและท้าทาย
จงอย่ากลัวที่จะตั้งคำถาม
ทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างในระบบสังคมและชีวิตตัวเอง
จงอย่ากลัวเลย ..
ความกลัวเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ
ความกลัวไม่อาจหมดสิ้นได้ในทันทีทันใด
เราจะต้องเริ่มเผชิญหน้ากับมัน
เริ่มท้าทายมันทีละเล็กทีละน้อย
และในที่สุด, เราจะขึ้นอยู่เหนือความกลัว
เมื่อปราศจากความกลัว
เราย่อมมีความสามารถในการที่จะสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้แสวงหา
ได้งอกงาม ได้เติบโตอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


คนหนุ่มสาว ..
เธอคือความหวังใหม่ของโลกในวันพรุ่งนี้


 


พจนา จันทรสันติ
๑๔ มีนาคม ๒๕๒๒


(จากหนังสือปฐมนิเทศมหาวิทยาลัยศิลปากรปี 1996)


punk1858 (Member)


ที่ต้องเป็นอยู่อย่างนี้ก็เพราะ.....
ต้องเรียน....
ต้องทำอย่างนี้...
ต้องทำอย่างนัน....
ก็พอตัวเองที่ทำไม่ใช่หรือ......
...........ปล่อยวางซิ......ถือไว้มันหนักเปล่าๆๆๆ..............

Beenpib (Member)

ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนและสอบFinalนะจ้า 

Beenpib (Member)

Page : 1
Lock Reply

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
จำนวนผู้ Online website counter

เว็บท่องเที่ยวประเทศไทย





โรงแรมวิไลทองสุข

เรือนพักทองจันทร์

BMs

ดาวน์โหลดเพลงม้ง

สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 10/05/2010
ปรับปรุง 31/03/2013
สถิติผู้เข้าชม 1,483,574
Page Views 3,076,591